การวิเคราะห์ดีเอ็นเอและหาอายุนำไปสู่ประวัติศาสตร์ใหม่ของมนุษย์

การวิเคราะห์ดีเอ็นเอและหาอายุนำไปสู่ประวัติศาสตร์ใหม่ของมนุษย์

ในอดีต นักวิทยาศาสตร์ระบุชนิดและหาอายุของฟอสซิลด้วยการดูลักษณะกายนอกต่อมา เมื่อมีการวิเคราะห์ดีเอ็นเอและการหาอายุด้วยวิธีใหม่ๆ เราจึงมองเห็นภาพชีวิตส่วนตัวและต้นกำเนิดของบรรพบุรุษมนุษย์ได้ละเอียดขึ้น

เด็กหญิงวัย13เป็นลูกผสมข้ามสายพันธุ์ ในปี 2008 นักวิทยาศาสตร์พบชิ้นส่วนกระดูกนิ้วมือของเด็กหญิงวัย13ปี ที่เสียชีวิตเมื่อ 90,000 ปีที่แล้วในถ้ำที่ไซบีเรีย ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์สามารถสกัดดีเอ็นเอจากกระดูกที่พบได้มากพอที่จะระบุว่าเครือญาติของเด็กหญิงผู้นี้เป็นใคร ดีเอ็นอบอกว่าแม่ข้องเด็กหญิงเป็นมนุษย์นี้แอนเดอร์ธัส ส่วนพ่อเป็นมนุษย์เดนิโซแว่น นับเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์พลูกผสมระหว่างมนุษย์ 2 สายพันธุ์

  • ขอบคุณบทความจาก Drivemate เช่ารถ ไม่มีบัตรเครดิต

อิเล็กตรอนไม่เสถียรทำให้รู้ว่ามนุษย์อยู่มานานกว่าที่คิด 100,000 ปี เดิมเชื่อกันว่ากะโหลกจากเจเบล อีร์ฮุดในโมร็อกโกมีอายุ 40,000 ปี แต่เมื่อนำเทคนิคหาอายุจากการเปล่งแสงมาใช้ทำให้รู้วกะโหลกดังกล่าวมีอายุถึง 315,000 ปี และเป็นกะโหลกข้องโฮโมเซเปียนส์ที่กำแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบ เนื่องจากไม่สามารถหาอายุของกะโหลกได้โดยตรงนักวิทยาศาสตร์จึงนำเครื่องมือทำจากหินเหล็กไฟที่ขุดพบในชั้นเดียวกันกับกะโหลกไปหาอายุแทน ทั้งนี้เทคนิควัดการเปล่งแสงอาศัยหลักการที่ว่าโครงส่ร้างผลึกของหินจะจับอิเล็กตรอนไม่เสถียรด้วยความเร็วคงที่

ณ ที่ห่างไกลจากแอฟริกาตะวันออก ซึ่งเคยเชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดมนุษยชาติ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องทิ้งทฤษฎีเดิมแล้วพัฒนาทฤษฎีใหม่ขึ้นแทนที่ในปี 2018 ทีมนักมนุษย์วิทยานำโดยเอลินอร์ เชร์รีจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เสนอทฤษฎี “พหุภูมิภาคแอฟริกา” (Africon mulfiregiondismn) ซึ่งบอกว่าคุณลักษณะเฉพาะที่กลายเป็นคำจำกัดความของโฮโมเซเปียนส์ในปัจจุบันนั้นก่อเกิดขึ้นทีละน้อยในมนุษย์กลุ่มเล็กๆ หลายกลุ่มที่กระจายเกือบทั่วแอฟริกาโดยใช้เวลาหลายแสนปี มนุษย์โฮโมเซเปียนส์แรกๆ มีความแตกต่างระหว่างกันมากกว่ามนุษย์ยุคปัจจุบัน ซึ่งก็มีความหลากหลายไม่น้อย ทั้งด้านความสูง น้ำหนัก และสีผิว โดยความแตกต่างที่สำคัญเกิดจากการที่มนุษย์แต่ละกลุ่มมีการพัฒนาแยกจากกันอยู่เป็นเวลาหลายหมื่นปีนั่นเอง

ถ้าเราเดินทางย้อนเวลาไปเยี่ยมมนุษย์ยุคแรกได้ครบทุกกลุ่ม เราจะรู้ว่าไม่มีกลุ่มใดที่เหมือนเราทุกประการ บางกลุ่มมี่ขากรรไกรและฟันแข็งแรงบางกลุ่มมีกะโหลกส่วนท้ายทอยหนและนูนป่องยึดติกล้ามเนื้อคอที่แข็งแรง บางกลุ่มมีหน้าผากลาด สันคิ้วใหญ่เงื้อมเหนือดวงตา ซึ่งจะพบได้ในบรรพบุรุษยุคแรกของมนุษย์ แต่นักวิทยาศาสตร์ยังถือว่ามนุษย์เหล่านี้เป็นโฮโมเชเปียนส์ เนื่องจากมีลักษณะเหมือนมนุษย์ยุคใหม่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเชิงกรานที่แคบ สมองขนาดใหญ่ในกะโหลกทรงกลม ฟันซี่เรียว และขากรรไกรแคบ

เป็นทฤษฎีที่อธิบายได้ดีที่สุดว่าเหตุใดมนุษย์เจเบล อีร์ฮุด อายุ 315,000 ปี กับมนุษย์โบราณอายุไล่เลี่ยกันที่คันพบในแอฟริกาต่างก็มีลักษณะทางกายวิภาคเหมือนมนุษย์ยุคใหม่ แต่มนุษย์รุ่นหลังจากนี้มากกลับไม่มีลักษณะเหล่านี้ทฤษฎีดังกล่าวยังนำไปสู่การหยุดค้นหาสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่าลักษณะพัฒนาเฉพาะ(autapomorphy) ของมนุษย์สมัยใหม่ ซึ่งหมายถึงลักษณะเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้แยกได้ระหว่าง “เรา”กับ “พวกที่ไม่ใช่เรา” เพราะเป็นลักษณะที่มีในมนุษย์สมัยใหม่ทุกคน แต่ไม่มีในสายพันธุ์อื่นที่เป็นญาติสนิทกับเรา ถ้าโฮโมเซเปียนส์พัฒนาขึ้นตามวิธีที่เอลินอร์ ชร์รีเชื่อ ลักษณะที่ว่านี้ย่อมไม่มีอยู่จริงด้วยเหตุนี้จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะบอกว่าอะไรคือเส้นแบ่งระหว่างสายพันธุ์ของเรากับสายพันธุ์ที่พัฒนามาเป็นเรา ซึ่งน่าจะเป็นมนุษย์ในแอฟริกาสายพันธุ์โฮโมไฮเดลเบอร์เกนชิส ตามทฤษฎีที่มีความน่าจะเป็นมากที่สุดนั้น เส้นแบ่งดังกล่าวน้ำจะเกิดขึ้นเมื่อ 315,00- 400,000 ปีก่อน เนื่องจากในหลักฐานที่เก่ากว่านี้มีเพียงร่องรอยที่บ่งว่าจะพัฒนาไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *